หนุ่มไทยนำ SE ขึ้นเวทีโลก สัญญาณดี กิจการเพื่อสังคมคึกคัก

       ปัจจุบันพัฒนาการของหลักคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรหรือ CSR ที่มีการปรับแนวคิดเข้าสู่ขั้นตอนของกระบวนการดำเนินธุรกิจมากขึ้น นับเป็นปรากฎการณ์ที่ดี

       ยิ่งถึงขั้นจัดตั้งเป็น “กิจการเพื่อสังคม” หรือ Social Enterprise หรือ SE ซึ่งเป็นกิจการที่มีจุดประสงค์ CSR สมบูรณ์แบบ แต่ใช้กลยุทธ์และรูปแบบธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จมากในประเทศอังกฤษ และแนวคิดแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีการเช่นนี้กำลังเป็นที่สนใจนำไปใช้ในหลายประเทศ

       ในประเทศไทยขณะนี้มี “สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ” (Thai Social Enterprise Office) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ส่งเสริมธุรกิจประเภทใหม่ที่มีจุดยืนเพื่อสังคมอย่างแท้จริงและใกล้จะมีกฎหมายออกมาสนับสนุน

       เทศกาล “สัปดาห์กิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ” ครั้งใหม่ก็จะจัดช่วง 7-14 มีนาคม 2558 ในย่านธุรกิจหลายแห่งของกรุงเทพฯ

       ผมสังเกตว่ามีความเคลื่อนไหวของกิจกรรมส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมอย่างคึกคักในระยะนี้ เช่น หลายสถาบันได้ร่วมกันจัดงาน “ ตลาดนัด SE : ธุรกิจนำดีของนักลงทุนรักษ์โลก” เมื่อวันสิ้นเดือนมกราคม 2558 มีธุรกิจ SE ประมาณ 28 องค์กร เข้าร่วมงานแนะนำกิจการ โดยมีประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานเปิดงาน

       ตัวแทนภาคธุรกิจและคนจากธุรกิจตลาดทุนก็น่าจะสนใจเพราะเป็นช่องทางเลือกในการลงทุนที่ได้ผลลัพธ์ 2 เด้ง คือมีผลตอบแทนทางการเงิน ขณะที่เป็นธุรกิจที่มีคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

หนุ่มไทยนำ SE ขึ้นเวทีโลก สัญญาณดี กิจการเพื่อสังคมคึกคัก / ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล       SE ที่ไปร่วมในงานล้วนมุ่งความยั่งยืนโดยมีจุดยืนทำเพื่อสังคมพร้อมกับสร้างผลตอบแทนเชิงธุรกิจด้วย ซึ่งผมจะหาจังหวะทยอยนำมาเสนอท่านผู้อ่านต่อไปแต่ครั้งนี้ ผมขอกล่าวถึง Socialgiver ที่มีผู้นำกิจการเป็นหนุ่มวัย 28 ปี คือ อาชว์ วงศ์จินดาเวศย์

   

 

   อาชว์ เป็นคนไทยเพียงคนเดียวในปีนี้ที่ได้รับคัดเลือก เป็นตัวแทนจากบรรดาคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีโอกาสขึ้นไปกล่าวบรรยายบนเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนมกราคมปีนี้ เกี่ยวกับแนวคิดใหม่ที่จะช่วยระดมทุนให้กับโครงการเพื่อสังคมและมูลนิธิต่างๆ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

       อาชว์ ได้เสนอแนวคิดพร้อมแนะนำ Socialgiver กิจการเพื่อสังคมที่เขาก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็น ช่องทางให้คนไทยสามารถทำความดีได้ง่ายขึ้นและบ่อยขึ้น ผ่านพฤติกรรมการบริโภค ที่ตัวเองคุ้นเคย

       Socialgiver.com คือ พื้นที่ออนไลน์ที่ให้ทุกคนสามารถเลือกซื้อสินค้า และบริการจากกิจการชั้นนำที่บริจาคผ่านมูลนิธิบูรณะชนบท ผลประกอบการจากการซื้อนั้นจะนำไปสนับสนุน โครงการเพื่อสังคมและมูลนิธิต่างๆ ที่ผู้ซื้อสามารถเลือกเองได้ โดยทุกๆโครงการที่คัดเลือกมาล้วนมีความหลากหลายและสร้างสรรค์ ทั้งประเด็นการศึกษา สัตว์และสิ่งแวดล้อม คนพิการ ฯลฯ

       “ผมเชื่อว่าหากเรามีความฝันที่อยากอยู่ในสังคมที่ดีขึ้น เราเองก็ต้องสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมให้มากยิ่งขึ้น และเมื่อทุกคนร่วมมือกัน สังคมก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีแน่นอน” ผู้ก่อตั้ง Socialgiver กล่าว

       ในการประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมต่างได้ช่วยกันระดมความคิดและเตรียมรับมือกับปัญหา ที่โลกจะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้ และต่างนำประสบการณ์ที่ได้กลับไปต่อยอดเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรและประเทศตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยอาชว์ได้มีโอกาส ใกล้ชิดและรับฟังแนวคิดจาก บุคคลสำคัญระดับโลกอย่าง บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft จิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก อีริค ชมิดธ์ กรรมการผู้บริหารบริษัท Google แมริสา เมยอร์ ประธานบริษัท Yahoo อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดี ประเทศสหรัฐอเมริกา และบุคคลอื่นๆอีกมากมาย

แนวคิดและหลักปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรหรือการมี CSR (Corporate Social Responsibility) ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นสากลว่าเป็นคุณสมบัติที่ “จำเป็นต้องมี” ในการดำเนินกิจการ เพราะจะส่งผลลัพธ์ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

       CSR จึงเป็น “รากแก้ว” ที่ได้พัฒนาแตกหน่อและต่อยอดออกไปในหลายบริบทของกลยุทธ์การบริหารกิจการที่คำนึงถึงการสร้างคุณค่าใน 3 มิติ หรือ ESG คือ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) ธรรมาภิบาล (Governance)

       การเกิดนวัตกรรมทางสังคมในรูปแบบองค์กรที่เรียกว่า “กิจการเพื่อสังคม” หรือ Social Enterprise ที่บริหารแบบธุรกิจ แต่มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม กำไรที่เกิดจากธุรกิจจะนำไปขยายกิจการและใช้เพื่อโครงการช่วยเหลือสังคมหรือสิ่งแวดล้อม

       น่ายินดีที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดก้าวหน้า ใฝ่ดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคม สนใจที่จะเรียนรู้และจัดตั้ง “กิจการเพื่อสังคม” หรือ SE ซึ่งสามารถทำเป็นธุรกิจที่เลือกแนวทางช่วยเหลือสังคม “ตามฝันของตัวเอง”

       ขณะที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ มีการเปิดสอนหลักสูตรผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ตอนนี้ประเทศไทย ก็เริ่มมีหลักสูตร Social Enterprise เช่นกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

       เอาล่ะครับ เมื่อมีแหล่งบ่มเพาะความรู้แล้ว ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประเภทนี้เกิดและเติบโตอย่างยั่งยืนได้ก็ต้องมีนักลงทุนเพื่อสังคม และตลาดทุนเพื่อสังคม ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ในยุคที่มี ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นประธานได้มีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้กลไกตลาดทุนสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมอย่างเอาจริงเอาจัง

       ต่อไปในวงการธุรกิจโดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีงบประมาณเพื่อกิจกรรม CSR ก็อาจนำมาใช้ผ่านกิจการ SE หรือกองทุนรวมเพื่อสังคมได้

       ปรากฎการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ นักลงทุนก็สามารถซื้อหุ้นในกิจการ SE หรือมีเครื่องมือในตลาดทุนที่ให้ผลตอบแทนทางการเงินแล้ว ยังเกิดผลลัพธ์ที่ช่วยเหลือสังคมอีกด้วย

 

เครดิต: ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล

รูปภาพ: 
intro: 

ปัจจุบันพัฒนาการของหลักคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรหรือ CSR ที่มีการปรับแนวคิดเข้าสู่ขั้นตอนของกระบวนการดำเนินธุรกิจมากขึ้น นับเป็นปรากฎการณ์ที่ดี

       ยิ่งถึงขั้นจัดตั้งเป็น “กิจการเพื่อสังคม” หรือ Social Enterprise หรือ SE ซึ่งเป็นกิจการที่มีจุดประสงค์ CSR สมบูรณ์แบบ แต่ใช้กลยุทธ์และรูปแบบธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จมากในประเทศอังกฤษ และแนวคิดแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีการเช่นนี้กำลังเป็นที่สนใจนำไปใช้ในหลายประเทศ