มศว.รุกคอนเซ็ปท์ “มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม” เดินหน้าสร้างหลักสูตรกิจการเพื่อสังคมรองรับ AEC

 

 

คณะสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับกิจการเพื่อสังคมไนส์คอร์ป โดยการสนับสนุนจากภาคธุรกิจชั้นนำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กรุงไทยแอ๊กซ่า และ บริติชเคาน์ซิล ร่วมจัดงานสัมมนา  “SE เทรนด์ใหม่แห่งโลกธุรกิจใน AEC” เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อ ชูแนวคิด “ธุรกิจเพื่อสังคม” กับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทยและความเป็นผู้นำกิจการเพื่อสังคมในระดับอาเซียน ด้วยการเชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบนิเวศ (Eco System) ที่สนับสนุน Sector ธุรกิจเพื่อสังคมให้มีพื้นที่ยืนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมโดยภาคการศึกษาที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างทรัพยากรและองค์ความรู้ ภาคธุรกิจกับแนวทาง CSR ที่เป็นมากกว่ากิจกรรมเพื่อสังคมในการสนับสนุนการเติบโตในเชิงธุรกิจของ SE และองค์กรตัวกลางในการพัฒนาเชื่อมโยงและผลักดันการดำเนินงานอย่างบูรณาการ และภาครัฐในการสนับสนุนนโยบายขับเคลื่อนและสร้างความตระหนักต่อสังคมในวงกว้าง

 

ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวถึง บทบาทอันสำคัญของภาคการศึกษาในการสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมให้มีความเข้มแข็ง โดยการสร้างแรงบันดาลใจและปลูกจิตสานึกให้แก่เยาวชนในการร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน พัฒนาระบบการเรียนการสอนที่สอดรับกับการพัฒนาทักษะการประกอบธุรกิจเพื่อสังคม ตลอดจนการเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัยด้านวิชาการด้านกิจการเพื่อสังคมในอนาคต โดยมศว.จะได้ริเริ่มให้เกิดการพัฒนา School for Social Enterprise ให้เกิดขึ้นเร็วนี้อีกด้วย

 

 

 

สำหรับมุมมองภาครัฐ คุณธานินทร์ ผะเอม รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงแนวโน้มและการเตรียมความพร้อมภาคธุรกิจสู่แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน สำหรับการพัฒนาในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙) ซึ่ง สศช. เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดทำนั้นจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการนำภูมิคุ้มกันของประเทศที่มีอยู่ พร้อมทั้งเร่งสร้างภูมิคุ้มกันในประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการเตรียมความพร้อมให้แก่คน สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสมและสามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปเพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของสังคมไทยตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือที่เรียกว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)

 

 

อีกการขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตลาด และการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม คุณบุษบา จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันองค์กรธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ทำอย่างจริงจัง และมองในแนวทางที่มีความยั่งยืนตอบโจทย์กับการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ปลายปีที่ผ่านมาเราพัฒนาแนวทางของ 2 กิจการเพื่อนสังคม อันแรกคือสร้างแบรนด์ “ชุมชนของเรา” (Our Community) เพื่อพัฒนาสินค้าชุมชน มีมาตรฐานตรงตามความต้องการตลาด ที่กลุ่มเซ็นทรัลนำมาจัดจำหน่าย โดยสนับสนุนการซื้อขาดตั้งแต่ต้น เพื่อให้ชุมชนมีเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่า ของนั้นยังขายไม่ได้ก็ตาม เราเชื่อว่าการสร้างโอกาสและช่องทางการตลาดและเข้าไปร่วมพัฒนาศักยภาพชุมชนนี้เองจะสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างแท้จริง โครงการที่ 2 คือการสร้างอาชีพคนพิการทางสติปัญญาร่วมกับกิจการเพื่อสังคม NISE โดยสนับสนุนการจัดตั้งโรงงานพิมพ์สกรีนเพื่อคนพิการทางสติปัญญาขึ้นในรูปแบบกิจการเพื่อสังคม พร้อมทั้งเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาทักษะในการประกอบการ และสนับสนุนออเดอร์ในระยะเริ่มต้นอีกด้วย”

 

กรณีต้นแบบกิจการเพื่อสังคมที่ได้นำเสนอแนวคิดตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้ง ปัญหาอุปสรรคและโอกาสในการเติบโตจากมุมมองของกิจการเพื่อสังคม คุณกฤษฎา แสงไชยวุฒิกุล  กรรมการผู้จัดการบริษัท ธุรกิจเพื่อพัฒนาการศึกษาและชนบท จำกัด หรือ B.R.E.A.D. ชี้ให้เห็นว่า “ธุรกิจเพื่อสังคม ไม่ใช่การให้แบบการกุศล อย่างธุรกิจของ B.R.E.A.D. เป็นการทำธุรกิจที่หวังผลกำไรที่ต้องแข่งขันกับข้าวรายอื่นๆ แต่เป้าหมายของกำไรเป็นไปเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาเรื่องการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับสังคมไทย มองว่าสิ่งสำคัญคือการ support จากภาคธุรกิจและการรับรู้ของสังคม การให้คุณค่าเพิ่มของสินค้าบริการของกิจการเพื่อสังคม”

คุณจักรพันธ์ อาริยะวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Earth & Sun Alternative Energy กล่าวว่า “ธุรกิจพลังงานสะอาด นับว่าเป็นรูปแบบกิจการเพื่อสังคมที่มีศักยภาพและสามารถเติบโตในเชิงธุรกิจได้อีกไกลทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ธุรกิจโรงไฟฟ้าชุมชนนอกจากจะนำสาธารณูปโภคด้านพลังงานเข้าสู่พื้นที่ชุมชนห่างไกลที่การไฟฟ้าส่วนกลางเข้าไปไม่ถึงแล้ว ยังทำให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น”

 

ในบทบาทตัวกลาง (Intermediary) คุณสกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ ผู้บริหารรุ่นใหม่ของไนส์คอร์ป ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของEco-System ของการพัฒนากิจการเพื่อสังคม โดยบทบาทของ NISE จึงวางแนวทางในการเชื่อมโยงภาคส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจและเห็นแนวทางและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นรูปแบบ Win-win จากโมเดลของกิจการเพื่อสังคม โดยในภาคธุรกิจเอง นับว่ารูปแบบที่ Beyond CSR นี้จะสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เชื่อมโยงสู่การดำเนินธุรกิจได้ สำหรับภาคการศึกษา พบว่า Top Ten ของมหาวิทยาลัยระดับโลก เช่น Stanford, Harvard, Kellogg และOxford มีหลักสูตร MBA สำหรับ SE โดยเฉพาะซึ่งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจอย่างบูรณาการ จึงนับว่าจุดเริ่มต้นวันนี้นับเป็นโอกาสและเป้าหมายที่เป็นไปได้ของประเทศไทยในการพัฒนา SE Hub ในระดับอาเซียนอย่างครบวงจร

******************************************************************************************************