การจัดการระบบการผลิตอาหารแนวทางในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน

 

 

 

 

ในปี 2050 คาดว่าจะมีประชากรบนโลก 9 พันล้านคน และต้องผลิตอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 70 เพื่อตอบสนองต่อประชากรในโลก  แต่จากการปฏิบัติเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้ปุ๋ยและสารเคมีในช่วงปี 1960 ทำให้เราต้องเผชิญความท้าทายกับปัญหาต่าๆ รวมถึงระบบการผลิตอาหารในปัจจุบันที่มีความสลับซับซ้อน

 

 

 

 

ปัญหาโลกร้อนในปัจจุบันนั้นมีสาเหตุสำคัญจากการใช้น้ำและดินในการเพาะปลูก การปล่อยก๊าซจากการขนส่ง การใช้พลาสติกในการบรรจุภัณฑ์ และยังมีอีกปัญหาหนึ่งคือ อาหารที่ถูกทิ้ง (Food wasted) ในปัจจุบันอาหารที่ถูกทิ้งนั้นนับว่าเป็นปัจจัยหลักของการเกิดภาวะโลกร้อนอาหารที่ถูกมีส่วนในการสร้างแก๊สเรือนกระจก ถึง 7 % ต่อปี

 

Gwyneth Fries, ที่ปรึกษาอาวุโสของ Forum for the Future ได้ให้ความคิดเห็นในเรื่องอาหารถูกทิ้งนี้ว่า ปัญหาอาหารที่ถูกทิ้งนั้นเป็นปัญหาที่ธุรกิจทุกฝ่ายควรเข้ามามีส่วนร่วม โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทำธุรกิจด้านอาหาร จุดประสงค์หลักคือเพื่อการขายอาหารได้มากขึ้น และลดปริมาณการทิ้งอาหาร สาเหตุหลักของการทิ้งอาหารมาจาก ซูเปอร์มาเก็ต, ร้านอาหาร/โรงแรม รวมถึงผู้บริโภค - ในอเมริกานั้นมีการทิ้งอาหารกว่า 10 % เนื่องจากการซื้อเก็บที่มากเกินหรือหมดอายุ โดยก่อนหน้าที่อาหารเหล่านี้จะถูกขายนั้น มากกว่า 30 % ได้ถูกทิ้งเนื่องจากเป็นลูกที่ไม่ได้ขนาด หรือรูปทรงที่สวยงาม

การทิ้งอาหารนี้ เป็นปัญหาที่ทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง และต้องร่วมกันแก้ไขเริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหาร เริ่มจากชาวนา ไปสิ้นสุดที่ ผู้บริโภค

 

 

 

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน The Global Sustainable Development Goals Are Ready In The Business Agenda ได้นำข้อมูลเชิงลึกในประเด็นต่าง ๆ  ได้แก่

-           การดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่มีกระบวนลดปริมาณอาหารทิ้งเปล่า (food waste)

-           รายงานสถานการณ์ด้านความยั่งยืนของโลกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ได้แก่ ความหิวโหย ความยากจน  ความปลอดภัยด้านอาหาร 

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

http://www.goneadventurin.com/wp-content/uploads/2016/05/Insights-Report...